หูอื้อหลังเที่ยวคลับ มักเป็นอาการชั่วคราวที่บอกว่าหูเพิ่งรับเสียงดังเกินระดับที่ปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจ แต่ก็ไม่ควรมองข้าม สถาบัน NIDCD ของสหรัฐฯ ระบุว่าการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังบางครั้งเป็นแค่ชั่วคราว แต่ก็กลายเป็นแบบถาวรได้เช่นกัน และเป็นการสูญเสียการได้ยินชนิดเดียวที่ป้องกันได้ทั้งหมด

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า เสียงดังทำร้ายหูด้วย "ความดัง + เวลา" พกที่อุดหู อยู่ห่างลำโพง และพักหูในที่เงียบเป็นระยะ ก็ยังเต้นได้ทั้งคืน

ภาพชายหนุ่มอยู่ในคลับเสียงดังและมีอาการหูอื้อ พร้อมภาพสื่อถึงการป้องกันการได้ยินด้วยที่อุดหูและการพักจากเสียงดัง

หูอื้อหลังเที่ยวคลับ เกิดจากอะไร

หลังออกจากฟลอร์แล้วรู้สึกเหมือนมีสำลีอุดหู ฟังเพื่อนพูดไม่ชัด หรือมีเสียงหวี่ ๆ ในหัว อาการกลุ่มนี้ในงานวิจัยเรียกว่า temporary threshold shift หรือการได้ยินลดลงชั่วคราว และเสียงในหูที่ดังขึ้นมาเองเรียกว่าหูมีเสียงรบกวน (tinnitus)

องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่าอาการหูอื้อแบบชั่วคราวหลังไปงานที่เสียงดัง มักดีขึ้นเมื่อเซลล์รับเสียงฟื้นตัว ส่วน NIDCD อธิบายว่าเสียงดังกระตุ้นให้เกิดเสียงในหูได้ ซึ่งอาจเป็นชั่วคราวหรืออยู่กับเราไปตลอดก็ได้

อาการนี้พบบ่อยกว่าที่คิด งานวิจัยในออสเตรเลียที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Psychology ปี 2019 สอบถามคนที่ไปสถานที่ฟังเพลงเป็นประจำ 933 คน แบ่งเป็นคนไปคลับ 555 คน และคนไปดูดนตรีสด 378 คน พบว่าคนไปคลับ 90.3% เคยมีอาการการได้ยินลดลงชั่วคราวอย่างน้อยเป็นบางครั้ง และ 84.2% เคยมีเสียงรบกวนในหู ตัวเลขของกลุ่มดนตรีสดใกล้เคียงกันคือ 91.8% และ 87.8%

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ ถ้าคุณเคยหูอื้อหลังกลับจากคลับ คุณไม่ได้แปลก แต่ยิ่งเกิดบ่อยเท่าไร ยิ่งเป็นเหตุผลให้เริ่มดูแลหูตั้งแต่ตอนนี้

Quicky

เสียงในคลับดังแค่ไหน และฟังได้นานเท่าไรถึงยังปลอดภัย

WHO อธิบายว่าความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสองอย่างพร้อมกันคือระดับเสียงและระยะเวลาที่ฟัง ยิ่งดังยิ่งฟังได้สั้นลง ตารางนี้รวมตัวเลขจาก WHO และ NIDCD ไว้ให้เทียบกัน

ระดับเสียง ตัวอย่างเสียงใกล้ตัว ระยะเวลาที่รับได้
70 เดซิเบลเอ หรือต่ำกว่า บทสนทนาปกติอยู่ที่ 60–70 เดซิเบลเอ NIDCD ระบุว่าแม้ฟังนานก็ไม่น่าทำให้สูญเสียการได้ยิน
80 เดซิเบล เสียงจราจรหนาแน่นระดับที่ต้องขึ้นเสียงคุย WHO ระบุ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
85 เดซิเบลเอ ขึ้นไป เกณฑ์ที่ NIDCD บอกว่าเริ่มเสี่ยงถ้าฟังนานหรือฟังซ้ำ ๆ ยิ่งดังยิ่งเสียหายเร็วขึ้น
90 เดซิเบล ช่วงที่เพลงในงานเริ่มกลบเสียงพูดของคนข้าง ๆ WHO ระบุ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
94–110 เดซิเบลเอ คอนเสิร์ต และหูฟังที่เปิดดังสุด (NIDCD) เข้าใกล้เพดานที่ WHO ให้ไว้อย่างรวดเร็ว
100 เดซิเบล ระดับที่ WHO ใช้เป็นเพดานค่าเฉลี่ยของงานดนตรี WHO ระบุ 20 นาทีต่อสัปดาห์

แล้วคลับดังแค่ไหน งานวิจัยชิ้นเดียวกันของออสเตรเลียอ้างข้อมูลการวัดเสียงในคลับที่นั่นไว้ที่ 82–106 เดซิเบล โดยเฉลี่ยราว 96 เดซิเบล ส่วนสถานที่ดนตรีสดขนาดเล็กเฉลี่ยราว 94 เดซิเบล ตัวเลขเหล่านี้อยู่ระหว่างช่วง 90 ถึง 100 เดซิเบล ซึ่งตามที่ WHO ระบุคือรับได้ 4 ชั่วโมงและ 20 นาทีต่อสัปดาห์ตามลำดับ

ต้องบอกตรง ๆ ว่าตัวเลขนี้เป็นการวัดในออสเตรเลีย เรายังไม่พบรายงานการวัดระดับเสียงในคลับหรือบาร์ของไทยที่เผยแพร่เป็นทางการและยืนยันได้ จึงใช้เทียบเป็นแนวทางเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขของร้านที่คุณไป

สัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

WHO ระบุสัญญาณที่บอกว่าการได้ยินอาจกำลังมีปัญหาไว้ชัดเจน ลองเช็กตัวเองตามนี้

  • มีเสียงดังในหูแบบไม่หายไป
  • ได้ยินเสียงแหลมได้ยากขึ้นกว่าเดิม
  • ฟังบทสนทนาในที่ที่มีเสียงรบกวนแล้วตามไม่ทัน

WHO แนะนำให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีเสียงในหูที่ไม่หาย หรือเริ่มได้ยินเสียงแหลมลำบาก ส่วน NIDCD แนะนำให้ไปตรวจการได้ยินถ้ากังวลว่าหูอาจเสียหายจากเสียงดัง การไปตรวจไม่ได้แปลว่าคุณหูตึงแล้ว มันคือการเก็บข้อมูลไว้เทียบในอนาคตมากกว่า

ที่อุดหูช่วยได้จริงไหม

ช่วยได้ และเป็นคำแนะนำตรงตัวของทั้งสองหน่วยงาน WHO ระบุว่าการใส่ที่อุดหูอย่างสม่ำเสมอและใส่ให้ถูกวิธี ลดความเข้มของเสียงลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วน NIDCD แนะนำให้ใส่ที่อุดหูหรือที่ครอบหูเมื่อทำกิจกรรมที่มีเสียงดัง

หลายคนกลัวว่าใส่แล้วจะฟังเพลงไม่สนุก แต่งานวิจัยออสเตรเลียชิ้นเดิมพบว่าราว 75% ของผู้ร่วมวิจัยชอบระดับเสียงที่เบากว่าระดับที่สถานที่เปิดจริง แปลว่าคนจำนวนมากที่ยืนอยู่ในฟลอร์เดียวกับคุณก็รู้สึกว่าดังเกินไปเหมือนกัน

ข้อควรรู้อีกอย่างคือแนวทางของทั้ง WHO และ NIDCD พูดถึงอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเสียงโดยเฉพาะ ไม่ได้พูดถึงการใช้ทิชชู่ปั้นหรือสำลีอุดแทน ถ้าจะพก ก็พกของที่ทำมาเพื่อเรื่องนี้จริง ๆ

ภาพสรุปการดูแลหูก่อน ระหว่าง และหลังปาร์ตี้ เช่น พกที่อุดหู อยู่ห่างลำโพง พักหูเป็นระยะ และเลี่ยงเสียงดังหากยังมีอาการหูอื้อ

Love2Test — จองตรวจ HIV / PrEP

แผนง่าย ๆ ก่อน ระหว่าง และหลังคืนปาร์ตี้

  1. ก่อนออกจากบ้าน เก็บที่อุดหูไว้ในกระเป๋าหรือพวงกุญแจ ให้มันอยู่กับคุณโดยไม่ต้องคิด และดูคร่าว ๆ ว่างานนั้นมีมุมที่นั่งพักห่างจากฟลอร์ไหม
  2. เลือกที่ยืน WHO ระบุว่าความเข้มของเสียงลดลงเมื่ออยู่ห่างจากแหล่งเสียง การขยับออกจากหน้าลำโพงจึงช่วยได้ตั้งแต่นาทีแรก
  3. พักหู WHO แนะนำให้พักหูในที่เงียบ 10 นาที ทุก ๆ 1 ชั่วโมง ใช้จังหวะนี้ไปสูบบุหรี่ ไปเข้าห้องน้ำ หรือออกไปคุยกับเพื่อนหน้าร้านก็ได้
  4. ถ้าคืนนั้นดื่ม ตั้งเตือนในมือถือไว้เลยว่าถึงเวลาออกไปพักหู เพราะเมื่อสนุกแล้วเรามักไม่รู้ตัวว่าอยู่หน้าลำโพงมากี่ชั่วโมง การตั้งเตือนใช้แรงน้อยกว่าการฝืนจำ
  5. วันรุ่งขึ้น ถ้ายังอื้อหรือมีเสียงในหู ให้เลี่ยงเสียงดังต่อเนื่องอีกวัน และถ้าอาการไม่หาย ให้ทำตามคำแนะนำของ WHO คือไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ถ้ากำลังวางแผนว่าคืนนี้จะไปไหน ลองอ่าน รวมคลับเกย์ยอดนิยมและวิธีเที่ยวแบบปลอดภัย ประกอบ หรือถ้าอยากได้พิกัดบาร์เพิ่ม หน้ารวม บาร์เกย์ในกรุงเทพของ Quicky ซึ่งเป็นแอปหาเพื่อนในเครือเดียวกับเว็บนี้ ก็มีรายชื่อให้ดูเป็นไอเดีย

ถ้าคุณเป็นคนจัดงาน ทำอะไรได้บ้าง

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 WHO ออกมาตรฐานสากลสำหรับสถานที่และงานที่มีการฟังอย่างปลอดภัย โดยให้เหตุผลว่าคนอายุ 12–35 ปีทั่วโลกกว่า 1 พันล้านคนเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน จากการรับเสียงดนตรีและเสียงเพื่อความบันเทิงที่ดังและนานเกินไป มาตรฐานนี้มี 6 ข้อ

  • คุมค่าเฉลี่ยของระดับเสียงไม่ให้เกิน 100 เดซิเบล
  • มีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคอยติดตามและบันทึกระดับเสียงด้วยเครื่องมือที่สอบเทียบแล้ว
  • ปรับระบบเสียงและสภาพอะคูสติกของสถานที่ ให้ทั้งเสียงดีและปลอดภัย
  • จัดอุปกรณ์ป้องกันการได้ยินให้ผู้ร่วมงาน พร้อมบอกวิธีใช้
  • มีโซนเงียบให้คนได้พักหู
  • จัดอบรมและให้ข้อมูลแก่ทีมงาน

สำหรับงานเล็ก ๆ อย่างปาร์ตี้ที่บ้านหรือปาร์ตี้ในผับเช่าเหมา ข้อที่ทำได้ทันทีคือมุมเงียบกับที่อุดหูแจก ส่วนงานยาวข้ามคืนอย่าง Circuit Party ที่ผู้ร่วมงานอยู่ในเสียงดังต่อเนื่องหลายชั่วโมง เรื่องโซนพักหูยิ่งสำคัญขึ้นไปอีก

คำถามที่พบบ่อย

หูอื้อหลังเที่ยวคลับ กี่วันถึงหาย

แหล่งข้อมูลทางการที่เราตรวจสอบไม่ได้ให้ตัวเลขวันที่ตายตัว WHO เรียกอาการหูอื้อหลังงานเสียงดังว่าเป็นผลชั่วคราว ส่วน NIDCD ระบุว่าการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังบางครั้งเป็นชั่วคราวและบางครั้งถาวร สิ่งที่ชัดเจนคือถ้าเสียงในหูไม่หายหรือฟังเสียงแหลมได้แย่ลง WHO แนะนำให้ไปพบผู้เชี่ยวชาญ

ใส่ที่อุดหูแล้วจะไม่ได้ยินเพลงเลยหรือเปล่า

WHO ระบุว่าที่อุดหูช่วยลดความเข้มของเสียง ไม่ได้บอกว่าตัดเสียงทั้งหมด และงานวิจัยในออสเตรเลียยังพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ไปสถานที่ฟังเพลงเป็นประจำอยากได้เสียงที่เบากว่าที่เปิดจริงอยู่แล้ว

แค่ยืนห่างลำโพงพอไหม

ช่วยได้แต่ไม่ควรใช้อย่างเดียว WHO ให้คำแนะนำสามข้อคู่กันคือ อยู่ห่างจากลำโพงและเครื่องขยายเสียง ใส่ที่อุดหูให้ถูกวิธี และพักหูในที่เงียบ 10 นาทีทุกชั่วโมง

ไปเที่ยวแค่เดือนละครั้ง ยังต้องห่วงไหม

ขึ้นอยู่กับความดังและเวลารวมกัน ตามตัวเลขของ WHO เสียงระดับ 100 เดซิเบลรับได้ราว 20 นาทีต่อสัปดาห์ ดังนั้นการอยู่ในงานที่ดังระดับนั้นหลายชั่วโมงในคืนเดียว ก็เกินกรอบที่ WHO ให้ไว้แล้ว การพักหูและใส่ที่อุดหูจึงยังคุ้มที่จะทำแม้ไปไม่บ่อย

Chat Love2Test

สรุป

หูอื้อหลังเที่ยวคลับคือสัญญาณ ไม่ใช่คำตัดสิน มันบอกว่าคืนนั้นหูรับเสียงหนักไปหน่อย และคุณยังมีเวลาปรับก่อนที่ผลจะสะสม หลักคิดมีแค่สองตัวแปรคือความดังกับเวลา ลดอย่างใดอย่างหนึ่งได้ก็ช่วยแล้ว

สิ่งที่ทำได้จริงในคืนถัดไปคือ พกที่อุดหู ขยับออกจากหน้าลำโพง และพักหู 10 นาทีทุกชั่วโมงตามที่ WHO แนะนำ ส่วนคนจัดงานก็มีมาตรฐาน 6 ข้อของ WHO เป็นแนวทางให้ทำตามได้ทันที

การดูแลหูไม่ได้แปลว่าต้องเลิกเที่ยวหรือสนุกน้อยลง มันคือการทำให้คุณยังได้ยินเสียงเพลงที่รักไปอีกหลายปี และถ้ารู้สึกว่าการได้ยินเปลี่ยนไป การไปตรวจการได้ยินสักครั้งเป็นเรื่องปกติมาก ไม่ต้องรอให้ถึงขั้นมีปัญหาแล้วค่อยไป

แหล่งอ้างอิง